วันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2557
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ประวัติความเป็นมาของ Flash
เดิมทีนั้น flash เป็นโปรแกรมเล็กๆตัวหนึ่ง
ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อสำหรับทำอนิเมชั่น สำหรับบนเว็บไซต์เท่านั้น
ยังไม่มีการเขียนโปรแกรมใดๆดังสิ้น โดยโปรแกรมที่ว่านั้นชื่อว่า FutureSplash
Animator ลักษณะของโปรแกรมเน้นไปที่เส้นชนิด เว็คเตอร์ (Vector) ซึ่งจะต่างกับภาพประเภท pixel ก็คือ ภาพพิกเซลนั้นเมื่อขยายจะทำให้ภาพแตกได้
แต่สำหรับกราฟฟิคประเภทเวคเตอร์นั้นจะไม่เนื่องจากว่า เส้นต่างๆ
เกิดจากการคำนวณเป็นหลัก หลังจากนั้นเมื่อค่ายยักษ์ใหญ่ ณ ขณะนั้นอย่าง Macromedia เริ่มเล็งเห็นความสำคัญจึงได้ทำการติดต่อกันไป
และได้ปล่อยออกมาด้วยชื่อใหม่ที่ใช้จนปัจจุบันในนาม flash (สมัยก่อนนั้น
ส่วนใหญ่จะนิยมใช้โปรแกรม director โดยมี player ชื่อว่า shockwave
player และภาษาที่ใช้เขียนคือภาษาlingo ซึ่งปัจจุบันเริ่มได้รับความนิยมน้อยลง
เนื่องจาก flash สามารถทำอะไรได้มากขึ้น)
FutureSplashAnimator (10 เมษายน 1996): เวอร์ชั่นเริ่มต้นของ flash ซึ่งประกอบด้วยเครื่องพื้นแก้ไขพื้นฐาน
และ ไทม์ไลน์(timeline)
MacromediaFlash1 (พฤษจิกายน1996): แมคโครมีเดียเปลี่ยนแบรนด์ใหม่สำหรับ FutrueSplashAnimator เป็น MacromediaFlash1
MacromediaFlash2 (มิถุนายน 1997): ปล่อย FlashPlayer2 และเฟียเจอร์ใหม่คือ objectlibrary
Macromedia Flash 3 (พฤษภาคม 31, 1998): ปล่อย Flash Player 3 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่มูฟวี่คลิป, ใช้งานร่วมกับ จาวาสคริปต์ ปลั๊กอิน, การทำวัตถุโปร่งใส (transparency) และตัว stand alone player (ตัวที่ใช้เล่น flash เวลาเราเปิดไฟล์ swf)
Macromedia Flash 4 (มิถุนายน 15, 1999): ปล่อย Flash Player 4 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ เรื่องของตัวแปร, อินพุตฟิลด์, ActionScriptและ การสตรีมมิ่งไฟล์ MP3 (ถือเป็นเวอร์ชั่นแรกๆที่คนเริ่มเขียนเกมและงานอินเตอร์แอคทีพต่างๆ จาก flash เวอร์ชั่นนี้แต่รูปแบบการเขียนโปรแกรมยังไม่ถือว่าสมบูรณ์สักเท่าไรนัก อาทิเช่นการทำลูปบางครั้งก็ต้องใช้การเล่นเฟรมวน)
Macromedia Flash 5 (August 24, 2000): ปล่อย Flash Player 5 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ActionScript 1.0 (ยึดพื้นฐานของECMAScriptโดยมีลักษณะของภาษาคล้างคลึงกับ จาวาสคริปต์), ซัพพอรต์XML, การสร้างSmartclips (เวอร์ชั่นหลังคือ คอมโพเนนต์ (components)), รูปแบบ text ชนิด HTML และ ไดนามิกซ์เทกซ์ (dynamic text, เป็นฟิลด์ที่สามารถควบคุมได้ด้วยActionScript)
Macromedia Flash MX (เวอร์ชั่น6, 15 มีนาคม, 2002): ปล่อย Flash Player 6, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การรองรับ video codec (ชื่อ Sorenson Spark), คำสั่งวาดรูปเวคเตอร์ด้วย ActionScript (ActionScript vector drawing API)
Macromedia Flash MX 2004 (เวอร์ชั่น7, 9 กันยายน, 2003): ปล่อย flash player 7, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ ActionScript 2.0 ซึ่งได้ทำการออกแบบสำหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming), behaviors, JSAPI, รองรับตัวอักษรชนิด alias, การสร้างอนิเมชั่นด้วย timeline effects, การจัดการเนื้อหาในรูปแบบของ slide พรีเซนต์ เช่นเดียวกับ PowerPoint, คอมโพเนนต์สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ(รองรับ MP3 และไฟล์วิดีโอแฟลชนามสกุล FLV), คอมโพเนนต์จัดการข้มูลเช่น DataSet, XMLConnector, Web, ServicesConnector, XupdateResolver, อื่นๆ) Apiสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล, พาเนลโปรเจกต์ (สำหรับแบ่งไฟล์ต่างๆเป็นหมวดหมู่) components เวอร์ชั่น2 และคลาสสำหรับการเคลื่อนที่(Transitionclasslibraries)
ป.ล.เนื่องจากเวอร์ชั่นนี้ ออกมาหลังจากเวอร์ชั่นMX ไม่นานมากนักและค่อนข้างอืดในการทำงานพอสมควร หลายๆคนจึงนิยมใช้ MX แล้วข้ามไปใช้เวอร์ชั่น8 ทีเดียวก็มี
Macromedia Flash 8 (13 กันยายน, 2005): Macromedia Flash Basic 8, มีเฟียเจอร์ใหม่คือเครื่องมือ flash ที่เน้นไปสำหรับกลุ่มคนใช้งานใหม่ที่ต้องการทำแค่การวารูปพื้นฐานง่ายๆหรืออนิเมชั่นและการอินเตอร์แอพทีพแบบง่ายๆ, ปล่อย Flash Player 8, โดยเวอร์ชั่นนี้มีข้อจำกัดในการซัพพอรต์ไฟล์วิดีโอ และกราฟฟิคระดับสูงและอนิเมชั่นเอฟเฟคต่างๆ , สำหรับอีกเวอร์ชั่นคือ Macromedia Flash 8 Professional นั้น ได้เพิ่มเฟียเจอร์ที่ดีกว่า ในเรื่องของคุณภาพ วิดีโอและการสร้างงานสำหรับมือถือ โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ (Filters) และ เบรนด์โหมด (blend modes) , การควบคุมความเร่งของการเคลื่อนที่แบบต่างๆสำหรับอนิเมชั่น (easing control), คุณสมบัติประเภท stroke (caps and joins) , โหมดการวาดแบบเชิงวัตถุ, การเก็บแคชภาพในรูปแบบของบิตแมพ (เพื่อความเร็วในการประมวลผล), ตัวอักษรในรูปแบบ anti-aliasing, วิดีโอ codec ใหม่ชื่อ On2 VP6, รองรับรูปแบบ วิดีโอที่พื้นหลังโปร่งใส (ถ่ายจากกรีนสกรีน หรือบรูสกรีน แล้วนำมาใส่เอฟเฟกต์พื้นหลัง),ตัวโปรแกรมแปลงและนำเข้าวิดีโอซึ่งแยกเดี่ยวๆมาต่างหาก, รองรับการจัด cue point สำหรับ FLV (เพิ่มจุดแต่ละช่วงวิดีโอที่สามารถควบคุมด้วยสคริปต์ได้), คอมโพเนนต์ระดับสูง สำหรับการควบคุมวิดีโอและตัวจำลองโปรแกรมบนอุปกรณ์มือถือแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น
สำหรับเวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์และใช้งานกันยาวนานพอสมควรและถือว่าเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายสำหรับ Macromedia ก่อนที่จะถูกคู่แข่งที่แข่งกันมานานอย่าง adobe เทคโอเวอร์บริษัทไปซึ่งก็ขัดใจหลายๆคนที่ไม่ค่อยชอบ adobe สักเท่าไรนักแต่ถ้าในแง่ของผู้ใช้งาน ก็ถือว่ามีหลายๆเรื่องดีขึ้นทีเดียวอย่างเช่นการอิมพอรต์งานข้ามโปรแกรมกันได้โดยเวอร์ชั่นนั้นคือ
Adobe Flash CS3 Professional (เวอร์ชั่น 9, 16 เมษายน, 2007): Flash CS3 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ภายใต้ชื่อของ adobe. เฟียเจอร์ของ CS3 นั้นได้แก่การรองรับภาษา ActionScript3.0 ที่หลายๆคนหลงรักและหลายคนเบือนหน้าหนีเนื่องจากมีการเขียนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเดิมมากทีเดียว , การแปลงแอพพริเคชั่นทั้งชิ้นไปเป็นรูปแบบ ActionScript, การใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นของ Adobe ได้ดีขึ้นอย่างเช่นAdobe Photoshop และ มีการวาดแบบเวคเตอร์ที่ดีขึ้น, มีหลายๆส่วนใกล้เคียงกับ AdobeIllustrator และ AdobeFireworks มากขึ้น
หมายเหตุ ถ้าพัฒนางานด้วย flash cs3 หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เซฟกลับไปเป็นเวอร์ชั่น8 เนื่องจากความเร็วในการรันสคริปต์อาจไม่เท่ากันและอาจทำให้เกิดผลกระทบกับโปรแกรมที่เขียนได้
AdobeFlashCS4Professional (เวอร์ชั่น 10,15 ตุลาคม,2008): เพิ่มการใส่กระดูกให้วัตถุได้, ควบคุมวัตถุด้วย 3D แบบพื้นฐานได้แอนิเมชั่นเชิงวัตถุ, เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตัวอักษรมากขึ้น, พัฒนาส่วนเพิ่มเติมสำหรับActionScript3.0 โดย CS4 นั้นช่วยให้นักพัฒนาทั้งหลายสามารถสร้างแอนิเมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วด้วยเฟียเจอร์ต่างๆที่ไม่มีในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้
สำหรับปัจจุบันนี้ (2009) ถือว่า flash ได้พัฒนามากพอสมควร โดยภาษา ActionScript 3.0 นั้น Adobe ได้ตั้งใจไว้ให้เป็นภาษาหลัก และได้แข่งกับ Microsoft ที่จะยึดภาษาของตัวเองเป็นมาตรฐานสำหรับ ECMAScriptเวอร์ชั่นถัดไปกันทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า Microsoft จะชนะไปในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ทาง Adobe ก็ได้ประกาศว่าทางตัวเองก็จะยึดมั่นแนวทางของตัวเองโดยปรับภาษาของตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลไป (ทาง Microsoft มี software ที่ออกมาแข่งกับ flash นามว่า Silverlight)
นอกจากนี้ไฟล์แฟลชนั้นไม่ถูกเพียงสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม flash อีกต่อไปมีอีกหลายโปรแกรมที่สามารถพัฒนาได้เช่นกันอาทิ flex เป็นต้นที่ไม่เน้นการสร้างแอนิเมชั่นด้วยไทม์ไลน์แบบ flash สักเท่าไรนักเน้นเขียนโปรแกรมควบคุมเป็นหลักด้วย ActionScript3.0 โดยปัจจุบันก็ออกมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น FlashBuilder4 แทน
แต่ถึงแม้ว่าจะมี ActionScript 3.0 แล้วก็ตาม แต่ ActionScript 2.0 ก็ยังไม่ได้ตายซะทีเดียวเนื่องจากว่ามีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายและสะดวกและทำความเข้าใจสำหรับ designer ต่างๆได้ไม่ยากในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานควมคุมอนิเมชั่นง่ายๆฉะนั้นการจะเลือกใช้ภาษาไหนขึ้นอยู่กับสโคปเนื้อหาของงานและความสะดวกของตัวผู้ใช้เป็นหลัก
เกล็ดความรู้เพิ่มเติม
- flash บนมือถือนั้น จะเรียกว่า flash lite โดยมือถือจะเล่นได้ต้องมี flash lite player ซึ่งบางรุ่นก็ต้องดาวน์โหลดเอง บางรุ่นก็แถมมาให้เลยนอกจากนี้ต้องดูด้วยว่า player นั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร เนื่องจากถ้าเป็น flash lite 1.0 จะต้องเขียน ActionScriptรูปแบบเดียวกับ flash 4 นั่นเอง ส่วน flash liteเวอร์ชั่นหลังๆ ก็จะสามารถทำงานได้เหมือน flash player บน pc โดยคำสั่งนั้นอาจจะน้อยกว่าในเวอร์ชั่นpc เท่าที่ระบบมือถือจะรองรับได้นอกจากนี้การพัฒนางานบนมือถือต้องใส่ใจเรื่องเมมโมรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย
-ActionScriptเรียกย่อๆว่า AS หรือ as
- Flash เขียนเป็นภาษาไทยว่า แฟลช ไม่ใช่ แฟรช
MacromediaFlash2 (มิถุนายน 1997): ปล่อย FlashPlayer2 และเฟียเจอร์ใหม่คือ objectlibrary
Macromedia Flash 3 (พฤษภาคม 31, 1998): ปล่อย Flash Player 3 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่มูฟวี่คลิป, ใช้งานร่วมกับ จาวาสคริปต์ ปลั๊กอิน, การทำวัตถุโปร่งใส (transparency) และตัว stand alone player (ตัวที่ใช้เล่น flash เวลาเราเปิดไฟล์ swf)
Macromedia Flash 4 (มิถุนายน 15, 1999): ปล่อย Flash Player 4 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ เรื่องของตัวแปร, อินพุตฟิลด์, ActionScriptและ การสตรีมมิ่งไฟล์ MP3 (ถือเป็นเวอร์ชั่นแรกๆที่คนเริ่มเขียนเกมและงานอินเตอร์แอคทีพต่างๆ จาก flash เวอร์ชั่นนี้แต่รูปแบบการเขียนโปรแกรมยังไม่ถือว่าสมบูรณ์สักเท่าไรนัก อาทิเช่นการทำลูปบางครั้งก็ต้องใช้การเล่นเฟรมวน)
Macromedia Flash 5 (August 24, 2000): ปล่อย Flash Player 5 โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ActionScript 1.0 (ยึดพื้นฐานของECMAScriptโดยมีลักษณะของภาษาคล้างคลึงกับ จาวาสคริปต์), ซัพพอรต์XML, การสร้างSmartclips (เวอร์ชั่นหลังคือ คอมโพเนนต์ (components)), รูปแบบ text ชนิด HTML และ ไดนามิกซ์เทกซ์ (dynamic text, เป็นฟิลด์ที่สามารถควบคุมได้ด้วยActionScript)
Macromedia Flash MX (เวอร์ชั่น6, 15 มีนาคม, 2002): ปล่อย Flash Player 6, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การรองรับ video codec (ชื่อ Sorenson Spark), คำสั่งวาดรูปเวคเตอร์ด้วย ActionScript (ActionScript vector drawing API)
Macromedia Flash MX 2004 (เวอร์ชั่น7, 9 กันยายน, 2003): ปล่อย flash player 7, โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่ ActionScript 2.0 ซึ่งได้ทำการออกแบบสำหรับการเขียนโปรแกรมเชิงวัตถุ (object oriented programming), behaviors, JSAPI, รองรับตัวอักษรชนิด alias, การสร้างอนิเมชั่นด้วย timeline effects, การจัดการเนื้อหาในรูปแบบของ slide พรีเซนต์ เช่นเดียวกับ PowerPoint, คอมโพเนนต์สำหรับเล่นไฟล์มีเดียต่างๆ(รองรับ MP3 และไฟล์วิดีโอแฟลชนามสกุล FLV), คอมโพเนนต์จัดการข้มูลเช่น DataSet, XMLConnector, Web, ServicesConnector, XupdateResolver, อื่นๆ) Apiสำหรับการเชื่อมโยงข้อมูล, พาเนลโปรเจกต์ (สำหรับแบ่งไฟล์ต่างๆเป็นหมวดหมู่) components เวอร์ชั่น2 และคลาสสำหรับการเคลื่อนที่(Transitionclasslibraries)
ป.ล.เนื่องจากเวอร์ชั่นนี้ ออกมาหลังจากเวอร์ชั่นMX ไม่นานมากนักและค่อนข้างอืดในการทำงานพอสมควร หลายๆคนจึงนิยมใช้ MX แล้วข้ามไปใช้เวอร์ชั่น8 ทีเดียวก็มี
Macromedia Flash 8 (13 กันยายน, 2005): Macromedia Flash Basic 8, มีเฟียเจอร์ใหม่คือเครื่องมือ flash ที่เน้นไปสำหรับกลุ่มคนใช้งานใหม่ที่ต้องการทำแค่การวารูปพื้นฐานง่ายๆหรืออนิเมชั่นและการอินเตอร์แอพทีพแบบง่ายๆ, ปล่อย Flash Player 8, โดยเวอร์ชั่นนี้มีข้อจำกัดในการซัพพอรต์ไฟล์วิดีโอ และกราฟฟิคระดับสูงและอนิเมชั่นเอฟเฟคต่างๆ , สำหรับอีกเวอร์ชั่นคือ Macromedia Flash 8 Professional นั้น ได้เพิ่มเฟียเจอร์ที่ดีกว่า ในเรื่องของคุณภาพ วิดีโอและการสร้างงานสำหรับมือถือ โดยเฟียเจอร์ใหม่ได้แก่การตกแต่งภาพด้วยฟิลเตอร์ (Filters) และ เบรนด์โหมด (blend modes) , การควบคุมความเร่งของการเคลื่อนที่แบบต่างๆสำหรับอนิเมชั่น (easing control), คุณสมบัติประเภท stroke (caps and joins) , โหมดการวาดแบบเชิงวัตถุ, การเก็บแคชภาพในรูปแบบของบิตแมพ (เพื่อความเร็วในการประมวลผล), ตัวอักษรในรูปแบบ anti-aliasing, วิดีโอ codec ใหม่ชื่อ On2 VP6, รองรับรูปแบบ วิดีโอที่พื้นหลังโปร่งใส (ถ่ายจากกรีนสกรีน หรือบรูสกรีน แล้วนำมาใส่เอฟเฟกต์พื้นหลัง),ตัวโปรแกรมแปลงและนำเข้าวิดีโอซึ่งแยกเดี่ยวๆมาต่างหาก, รองรับการจัด cue point สำหรับ FLV (เพิ่มจุดแต่ละช่วงวิดีโอที่สามารถควบคุมด้วยสคริปต์ได้), คอมโพเนนต์ระดับสูง สำหรับการควบคุมวิดีโอและตัวจำลองโปรแกรมบนอุปกรณ์มือถือแต่ละยี่ห้อแต่ละรุ่น
สำหรับเวอร์ชั่นนี้ถือว่าเป็นเวอร์ชั่นที่ค่อนข้างสมบูรณ์และใช้งานกันยาวนานพอสมควรและถือว่าเป็นเวอร์ชั่นสุดท้ายสำหรับ Macromedia ก่อนที่จะถูกคู่แข่งที่แข่งกันมานานอย่าง adobe เทคโอเวอร์บริษัทไปซึ่งก็ขัดใจหลายๆคนที่ไม่ค่อยชอบ adobe สักเท่าไรนักแต่ถ้าในแง่ของผู้ใช้งาน ก็ถือว่ามีหลายๆเรื่องดีขึ้นทีเดียวอย่างเช่นการอิมพอรต์งานข้ามโปรแกรมกันได้โดยเวอร์ชั่นนั้นคือ
Adobe Flash CS3 Professional (เวอร์ชั่น 9, 16 เมษายน, 2007): Flash CS3 ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นที่อยู่ภายใต้ชื่อของ adobe. เฟียเจอร์ของ CS3 นั้นได้แก่การรองรับภาษา ActionScript3.0 ที่หลายๆคนหลงรักและหลายคนเบือนหน้าหนีเนื่องจากมีการเขียนที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะจากเดิมมากทีเดียว , การแปลงแอพพริเคชั่นทั้งชิ้นไปเป็นรูปแบบ ActionScript, การใช้งานร่วมกับโปรแกรมอื่นของ Adobe ได้ดีขึ้นอย่างเช่นAdobe Photoshop และ มีการวาดแบบเวคเตอร์ที่ดีขึ้น, มีหลายๆส่วนใกล้เคียงกับ AdobeIllustrator และ AdobeFireworks มากขึ้น
หมายเหตุ ถ้าพัฒนางานด้วย flash cs3 หากไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เซฟกลับไปเป็นเวอร์ชั่น8 เนื่องจากความเร็วในการรันสคริปต์อาจไม่เท่ากันและอาจทำให้เกิดผลกระทบกับโปรแกรมที่เขียนได้
AdobeFlashCS4Professional (เวอร์ชั่น 10,15 ตุลาคม,2008): เพิ่มการใส่กระดูกให้วัตถุได้, ควบคุมวัตถุด้วย 3D แบบพื้นฐานได้แอนิเมชั่นเชิงวัตถุ, เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการตัวอักษรมากขึ้น, พัฒนาส่วนเพิ่มเติมสำหรับActionScript3.0 โดย CS4 นั้นช่วยให้นักพัฒนาทั้งหลายสามารถสร้างแอนิเมชั่นอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วด้วยเฟียเจอร์ต่างๆที่ไม่มีในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้
สำหรับปัจจุบันนี้ (2009) ถือว่า flash ได้พัฒนามากพอสมควร โดยภาษา ActionScript 3.0 นั้น Adobe ได้ตั้งใจไว้ให้เป็นภาษาหลัก และได้แข่งกับ Microsoft ที่จะยึดภาษาของตัวเองเป็นมาตรฐานสำหรับ ECMAScriptเวอร์ชั่นถัดไปกันทีเดียว แต่ดูเหมือนว่า Microsoft จะชนะไปในการแข่งขันครั้งนี้ แต่ทาง Adobe ก็ได้ประกาศว่าทางตัวเองก็จะยึดมั่นแนวทางของตัวเองโดยปรับภาษาของตัวเองให้เข้ากับมาตรฐานใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรฉะนั้นจึงไม่ต้องกังวลไป (ทาง Microsoft มี software ที่ออกมาแข่งกับ flash นามว่า Silverlight)
นอกจากนี้ไฟล์แฟลชนั้นไม่ถูกเพียงสร้างขึ้นด้วยโปรแกรม flash อีกต่อไปมีอีกหลายโปรแกรมที่สามารถพัฒนาได้เช่นกันอาทิ flex เป็นต้นที่ไม่เน้นการสร้างแอนิเมชั่นด้วยไทม์ไลน์แบบ flash สักเท่าไรนักเน้นเขียนโปรแกรมควบคุมเป็นหลักด้วย ActionScript3.0 โดยปัจจุบันก็ออกมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็น FlashBuilder4 แทน
แต่ถึงแม้ว่าจะมี ActionScript 3.0 แล้วก็ตาม แต่ ActionScript 2.0 ก็ยังไม่ได้ตายซะทีเดียวเนื่องจากว่ามีรูปแบบการใช้งานที่ง่ายและสะดวกและทำความเข้าใจสำหรับ designer ต่างๆได้ไม่ยากในการเขียนโปรแกรมพื้นฐานควมคุมอนิเมชั่นง่ายๆฉะนั้นการจะเลือกใช้ภาษาไหนขึ้นอยู่กับสโคปเนื้อหาของงานและความสะดวกของตัวผู้ใช้เป็นหลัก
เกล็ดความรู้เพิ่มเติม
- flash บนมือถือนั้น จะเรียกว่า flash lite โดยมือถือจะเล่นได้ต้องมี flash lite player ซึ่งบางรุ่นก็ต้องดาวน์โหลดเอง บางรุ่นก็แถมมาให้เลยนอกจากนี้ต้องดูด้วยว่า player นั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร เนื่องจากถ้าเป็น flash lite 1.0 จะต้องเขียน ActionScriptรูปแบบเดียวกับ flash 4 นั่นเอง ส่วน flash liteเวอร์ชั่นหลังๆ ก็จะสามารถทำงานได้เหมือน flash player บน pc โดยคำสั่งนั้นอาจจะน้อยกว่าในเวอร์ชั่นpc เท่าที่ระบบมือถือจะรองรับได้นอกจากนี้การพัฒนางานบนมือถือต้องใส่ใจเรื่องเมมโมรี่ที่มีอยู่อย่างจำกัดอีกด้วย
-ActionScriptเรียกย่อๆว่า AS หรือ as
- Flash เขียนเป็นภาษาไทยว่า แฟลช ไม่ใช่ แฟรช
ความสามารถของ Flash
สร้างชิ้นงาน Interactive
มีส่วนตอบสนองกับผู้ใช้ เช่น ผู้ใช้สามารถคลิกเลือกเมนูต่าง ๆ ได้ นำไปประยุกต์เป็นสื่อการสอน ( E- Learning ) หน้าจอควบคุมการทำงานต่าง ๆ สื่อโฆษณา ( Banner ) บนเว็บไซต์ การ์ตูนแอนิเมชันต่างๆ เป็นต้น
สร้างชิ้นงาน Animation
จุดเด่นของการทำงานในโปรแกรม Flash คือการสร้าง Animation หรือ ภาพเคลื่อนไหว มีเครื่องมืออำนวยความสะดวก ทำให้โปรแกรม Flash สร้างผลงาน Animation ได้ง่าย
สร้างเว็บไซต์ [ Website ]
โปรแกรม Flash สามารถสร้างเว็บไซต์ได้สวยงาม และสร้างลูกเล่นต่าง ๆ ได้ง่าย
มีจุดอ่อนคือ เว็บไซต์ที่สร้างด้วยโปรแกรม Flash แก้ไขข้อมูลได้ยาก และขนาดของไฟล์เว็บไซต์ค่อนข้างใหญ่
สร้างเกมส์ [ GAME ]
FLASH มีเครื่องมือช่วยสร้างองค์ประกอบต่าง ๆ ให้เกมส์มีความสวยงาม มีเครื่องมือสำหรับสร้างคำสั่งควบคุมการเล่นเกมส์ อีกทั้งไฟล์เกมส์ที่สร้างออกมามีขนาดเล็ก ทำให้อัพโหลดสู่เว็บไซต์ได้อย่างรวดเร็ว
ที่มา : http://sompongsuchai.blogspot.com/2012/09/5-flash.html
ความหมายและความเป็นมาของโปรแกรม Flash
ความหมายของโปรแกรม Flash
โปรแกรม Flash เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างสื่อมัลติมีเดีย, ภาพเคลื่อนไหว (Animation), ภาพกราฟิกที่มีความคมชัด เนื่องจากเป็นกราฟิกแบบเว็คเตอร์(Vector), สามารถเล่นเสียงและวีดิโอ แบบสเตริโอได้, สามารถสร้างงานให้โต้ตอบกับผู้ใช้ (Interactive Multimedia) มีฟังก์ชั่นสำหรับการเขียนโปรแกรม (Action Script) และยังทำงานในลักษณะ CGI โดยเชื่อมต่อกับการเขียนโปรแกรมภาษาอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ภาษา PHP, JSP, ASP, ASP.NET, C/C++ , - C# , C#.NET,VB , VB.NET, JAVA และอื่นๆ โดยเฉพาะข้อดีของโปรแกรม Flash คือ ความสามารถในการบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก มีผลทำให้แสดงผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังแปลงไฟล์ไปอยู่ในฟอร์แมตอื่น ได้หลากหลาย เช่น avi, mov, gif, wav, emf, eps, ai, dxf, bmp , jpg, gif, png เป็นต้น
ความเป็นมาของโปรแกรม Flash
โปรแกรม Flash เริ่มมีชื่อเสียงประมาณปี พ.ศ. 2539 จนถึง ปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีเว็บทำให้การนำเสนอทำได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนั้น โปรแกรม Flash ยังสามารถสร้างแอบฟลิเคชั่น (Application) เพื่อใช้ทำงานต่างๆ รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ ี่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเทรอ์เน็ต และทำงานได้กับหลายๆ แฟลทฟอร์ม (Platform)
ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ Flash
โปรแกรม Flash คืออะไร ?
โปรแกรม Flash เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างสื่อมัลติมีเดีย, ภาพเคลื่อนไหว (Animation), ภาพกราฟิกที่มีความคมชัด เนื่องจากเป็นกราฟิกแบบเว็คเตอร์(Vector), สามารถเล่นเสียงและวีดิโอ แบบสเตริโอได้, สามารถสร้างงานให้โต้ตอบกับ
ผู้ใช้(Interactive Multimedia) มีฟังก์ชั่นสำหรับการเขียนโปรแกรม (Action Script) และยังทำงานในลักษณะ CGI โดยเชื่อมต่อกับ
การเขียนโปรแกรมภาษาอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ภาษา PHP, JSP, ASP, ASP.NET, C/C++, C#, C#.NET, VB, VB.NET, JAVAและอื่นๆ โดยเฉพาะข้อดีของโปรแกรม Flash คือ ความสามารถในการบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก มีผลทำให้แสดงผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังแปลงไฟล์ไปอยู่ในฟอร์แมตอื่น ได้หลากหลาย เช่น avi, mov, gif, wav, emf,eps, ai, dxf, bmp, jpg, gif, png เป็นต้น
ผู้ใช้(Interactive Multimedia) มีฟังก์ชั่นสำหรับการเขียนโปรแกรม (Action Script) และยังทำงานในลักษณะ CGI โดยเชื่อมต่อกับ
การเขียนโปรแกรมภาษาอื่นๆ ได้มากมาย เช่น ภาษา PHP, JSP, ASP, ASP.NET, C/C++, C#, C#.NET, VB, VB.NET, JAVAและอื่นๆ โดยเฉพาะข้อดีของโปรแกรม Flash คือ ความสามารถในการบีบอัดไฟล์ให้มีขนาดเล็ก มีผลทำให้แสดงผลได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังแปลงไฟล์ไปอยู่ในฟอร์แมตอื่น ได้หลากหลาย เช่น avi, mov, gif, wav, emf,eps, ai, dxf, bmp, jpg, gif, png เป็นต้น
โปรแกรม Flash เริ่มมีชื่อเสียงประมาณปี พ.ศ. 2539 จนถึง ปัจจุบันได้ถูกนำมาใช้งานอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะเทคโนโลยีเว็บ ทำให้การนำเสนอทำได้อย่างน่าสนใจ นอกจากนั้น โปรแกรม Flash ยังสามารถสร้างแอพพลิเคชั่น (Application) เพื่อใช้ทำงานต่างๆ รองรับการใช้งานกับอุปกรณ์ที่ เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต และทำงานได้กับหลายๆ แฟลตฟอร์ม (Platform)
เจ้าของผลิตภัณฑ์
Adobe Flash(อะโดบี แฟลช)ซึ่งยังหมายถึง Macromedia Flash Player
และโปรแกรมอื่น ๆ ที่ใช้ในการเขียนสื่อมัลติมีเดียที่เอาไว้ใช้สร้างเนื้อหาเกี่ยวกับ Flash ซึ่งตัว Flash Player พัฒนาและเผยแพร่โดย อะโดบีซิสเต็มส์
(เริ่มต้นพัฒนาโดยบริษัท ฟิวเจอร์แวร์ ตอนหลังเปลี่ยนเป็น แมโครมีเดีย
ซึ่งภายหลังถูกควบรวมกิจการเข้ากับ Adobe
.swf
|
ไฟล์ .swf เป็นไฟล์ที่สมบูรณ์, ถูก compiled แล้ว ไม่สามารถแก้ไขได้อีก
สามารถเล่นได้ในเครื่องที่ติดตั้งโปรแกรม Flash Player | |
.fla
|
ไฟล์ .fla เป็นไฟล์ต้นฉบับของโปรแกรม Flash โปรแกรมที่ใช้เขียน Flash สามารถแก้ไขได้ และ compile ให้เป็นไฟล์ .swf ได้
| |
.flv
|
ไฟล์ .exe เป็นไฟล์ที่ถูก compiled แล้ว เป็น Application ซึ่งได้รวมเอาโปรแกรมเสริม (Flash Player) เข้าไว้ด้วยกันไม่สามารถแก้ไขได้
สามารถเล่นได้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องที่ไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมเสริม |
2. การเปิดใช้งานโปรแกรม
วิธีที่ 1 ดับเบิลคลิกรูปสัญลักษณ์ icon Desktop ดังภาพ 
วิธีที่ 2 คลิกปุ่ม Start > Programs > Macromedia > Macromedia Flash 8

โปรแกรมจะเริ่มทำงานแล้วเข้าสู่หน้าต่างต้อนรับดังภาพ

3. ส่วนประกอบของโปรแกรม Flash 8

หมายเลข 1 คือ
|
Title Bar แสดงปุ่มควบคุมหลัก (Control Menu) ชื่อโปรแกรม และปุ่มควบคุมหน้าต่างโปรแกรม
|
หมายเลข 2 คือ
|
Menu Bar แสดงรายการคำสั่งต่างๆ ของโปรแกรม
|
หมายเลข 3 คือ
|
Toolbar แสดงปุ่มเครื่องมือการทำงานมาตรฐานของโปรแกรม เช่น ปุ่มเปิดงานใหม่เปิดไฟล์เอกสาร, จัดเก็บไฟล์ เป็นต้น
|
หมายเลข 4 คือ
|
Toolbox แสดงปุ่มเครื่องมือเกี่ยวกับการวาดภาพ สร้างภาพ
|
หมายเลข 5 คือ
|
Timeline หน้าต่างแสดงเส้นควบคุมเวลาสำหรับการนำเสนอผลงาน ประกอบด้วยส่วนทำงาน เกี่ยวกับ Layer และ Timeline
|
หมายเลข 6 คือ
|
Stage พื้นที่ส่วนที่ใช้ในการวางวัตถุต่างๆ หรืออาจจะเรียกว่า "เวที"
เมื่อมีการนำเสนอผลงานจะ แสดงเฉพาะวัตถุบน Stage เท่านั้น |
หมายเลข 7 คือ
|
Panel หน้าต่างควบคุมฟังก์ชันงาน ซึ่งมีหลายฟังก์ชัน (หลายหน้าต่าง)
|
แถบคำสั่ง (Menu Bar)

แถบคำสั่ง (Menu bar) ประกอบด้วยคำสั่งต่าง ๆ สำหรับใช้งานทั่วไป เหมือนโปรแกรมอื่น ๆ
ได้แก่ เมน ูFile, Edit, Insert, Modify, Text, Commands, Control, Windows และ Help
ได้แก่ เมน ูFile, Edit, Insert, Modify, Text, Commands, Control, Windows และ Help
แถบเครื่องมือ (Tool Bar)
ในการเปิดใช้งานครั้งแรกแถบเครื่องมือจะไม่แสดงให้คลิกที่เมนู Windows > Toolbars > แล้วคลิกทำเครื่องหมายถูกที่ Main, Controller และ Edit Bar ดังภาพ


กล่องเครื่องมือ (Toolbox)
กล่องเครื่องมือ (Toolbox) เป็นส่วนที่เก็บเครื่องมือต่างๆ เพื่อให้สามารถเรียกใช้งานได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แบ่งเป็นกลุ่มต่างๆ เพื่อสะดวกในการเรียกใช้งาน ดังภาพ

1. รายละเอียดกลุ่มเครื่องมือสำหรับเลือก

2. รายละเอียดกลุ่มเครื่องมือสำหรับวาดและตกแต่งภาพ

3. รายละเอียดกลุ่มเครื่องมือสำหรับปรับมุมมอง
4. รายละเอียดกลุ่มเครื่องมือสำหรับปรับสีเส้นและสีพื้นหลัง

5. ถาดเครื่อง (Palate Tool) อยู่ด้านขวามือของหน้าจอเช่น ถาดปรับแต่งสี ถาดเก็บทรัพยกรต่างๆ
ถาดปรับแต่งสี (Color Mixer Palate)ใช้เลือกสีเส้นและสีพื้นหลังรวมถึงผสมสีแบบต่างๆ
![]() |
ถาดเก็บทรัพยากรต่างๆ (Library Palate) เช่น ซิมโบล เสียง ภาพ วิดีโอ เป็นต้น
![]() |
Timeline Frame และ Layer
Timeline เป็นส่วนที่กำหนดความสั้นยาวของมูฟวี่ (Movie)Frame เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลซึ่งอาจเป็นคำสั่ง รูปภาพหรือข้อความที่แสดงให้ผู้ชมได้เห็น
Layer เป็นส่วนที่เก็บข้อมูล แยกออกจากกันเป็นชั้นๆเหมือนแผ่นใสเพื่อง่ายต่อการจัดการและแก้ไข
Stage เป็นพื้นที่แสดงมูฟวี่ (Movie) ที่อยู่ในเฟรม (Frame) และ เลเยอร์ (Layer)
Layer เป็นส่วนที่เก็บข้อมูล แยกออกจากกันเป็นชั้นๆเหมือนแผ่นใสเพื่อง่ายต่อการจัดการและแก้ไข
Stage เป็นพื้นที่แสดงมูฟวี่ (Movie) ที่อยู่ในเฟรม (Frame) และ เลเยอร์ (Layer)

1. ปุ่มแสดงหรือซ่อน Timeline
2. เลเยอร์ เฟรมจะต้องวางบนเลเยอร 3. ปุ่มซ่อนและแสดงข้อมูลบนเลเยอร์ 4. ปุ่มอนุญาตให้แก้ไขและป้องการแก้ไข ข้อมูลบนเลเยอร์ 5. เพลย์เฮดหัวอ่านเฟรมแต่ละช่อง 6. หมายเลขประจำเฟรม 7. เฟรม เปรียบเหมือนช่องเก็บเหตุการณ์ของมูฟวี่ 8. ปุ่มสร้างเลเยอร์ใหม่ 9. ปุ่มสร้างไกด์เลเยอร์ 10.ปุ่มสร้างโฟล์เดอร์เลเยอร์ |
11. ปุ่มลบเลเยอร์
12. ปุ่มเซ็นเตอร์เฟรม 13. ปุ่มโอเนียน สกิน 14. ปุ่มโอเนียน สกินแบบโครงร่าง 15. ปุ่มแก้ไขเฟรมหลายเฟรมพร้อมกัน 16. ปุ่มโอเนียนมาร์คเกอร์ 17. บอกตำแหน่งหมายเลขเฟรมในขณะทำงาน18. บอกความเร็วการแสดงกี่เฟรมต่อวินาที19. เวลาที่ใช้ในการมูฟวี่ |
ที่มา : http://www.kroojan.com/flash/content/flash-intro.html
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

